
Sucker Punch อีหนูดุทะลุโลก
คงเป็นเรื่องง่ายที่จะเข้าไปดูหนังสักเรื่องเพื่อเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ คลายเครียด โดยเฉพาะหนังแอคชั่นมันส์ๆ สาดกระสุนใส่กัน กันเป็นเข่ง ๆ ห้อยโหนโจนทะยานบนเครื่องบิน รถไฟ ผู้ชมคงพอใจที่จะดูหนังเรื่องนั้นจนจบโดยไม่คิดอะไร และไม่ได้สงสัยว่าทำไมจึงดูหนังเรื่องนั้น ก็มันเรื่องธรรมดาในการดูหนังที่ผู้ชมไม่ต้องรับภาระในการหาเหตุผลในหนัง หนังส่วนใหญ่บอกผู้ชมแล้วว่าเหตุผลมันคืออะไร ที่มาที่ไปและจุดจบเป็นอย่างไร
เมื่อ Sucker Punch ดำเนินเรื่องไปได้สักครู่ มีผู้ชมสองคนลุกขึ้นเดินออกจากโรง แล้วไม่กลับมาอีกเลย (ผู้ชมทั้งหมดสิบกว่าคน) เป็นไปได้ไหมว่า พวกเขาไม่สามารถทนดู Sucker Punch ได้อีกต่อไป ด้วยเหตุผลบางประการที่มาจากหนังเอง
เมื่อดูหนังไปได้สักครู่ ทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่าง นั่นคือ เกิดคำถามขึ้นมาว่า เรากำลังดูอะไร แม้ว่าจะเป็นหนังเหมือนกัน แต่ Sucker Punch ต่างจากหนังที่เคยดูมาอย่างสิ้นเชิง ผู้สร้างหนังจะด้วยเจตนาหรือไม่ก็ตาม ได้ผลักภาระให้คนดูหาเหตุผลในหนังเอง ราวกับจะบอกว่า ถ้าอยากดูก็ดู ไม่อยากดูก็เดินออกไป ถ้าดูต่อ คุณต้องหาเหตุผลของหนังเอาเอง เราแค่สร้างมาให้คุณดูเท่านั้น การปรับทัศนคติเกี่ยวกับการดูหนังแบบทันทีทันใดไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งถ้าถามว่า Sucker Punch มันเป็นหนังที่แย่ไม่น่าดูขนาดนั้นเลยหรือ เปล่าเลย ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินเรื่อง ฉากแอ๊คชั่น ภาพ(ภาพคล้ายหนังเรื่อง 300 ดูแล้วให้อารมณ์หวาดหวั่น และอึดอัด) ล้วนแต่ทำได้ดีทั้งสิ้น
หากแยกโลกสามโลกที่เดินเคียงคู่ขนานกันไปออกจากกัน แล้วกลายเป็นหนังสามเรื่อง Sucker Punch คงเป็นเหมือนหนังทั่วไป ที่ถูกใจหนังแบบ The Matrix คอเกมส์ออนไลน์ คนและที่ชอบดราม่า แต่เมื่อมาอยู่ด้วยกันก็เป็นอะไรที่สร้างความงุนงงสงสัยอยู่ไม่น้อย
คุณจะเป็นอีกคนหนึ่งหรือเปล่า ที่ดู Sucker Punch อย่างสนุกสนาน ดูอย่างงงงง หรือมานั่งถามตัวเองว่า เมื่อเราดูหนัง เราดูอะไร หรือไม่สามารถนั่งดูต่อไปได้ ต้องลุกออกจากโรงหนังไป ไม่มีใครตอบได้
ต้องไปดูด้วยตนเอง
