“คนซ้อนมอเตอร์ไซด์ต้องใส่หมวกกันน็อค” กฎเหล็กหรือกฎพลาสติก สำหรับชาวหาดใหญ่
เขาว่า คนขับขี่รถมอเตอร์ไซด์ เปรียบได้กับ เนื้อที่หุ้มเหล็ก ไม่เหมือนคนขับรถยนต์ เปรียบได้กับ เหล็กหุ้มเนื้อ ความปลอดภัยแตกต่างกันอยู่มาก คนขับขี่มอเตอร์ไซด์แบกรับความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย โดยเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น กับร่างกายส่วนอื่นนั้นยังพอทน รักษาซ่อมแซมกันได้ แต่หากเกิดพลาดพลั้งกระแทกกระทั้นเข้าที่บริเวณศรีษะ นับว่าอันตรายเป็นอย่างมาก อาจถึงแก่ชีวิต พิการ ความจำเสื่อม เอ๋อ กันไปก็มี รัฐบาลจึงได้ออกกฎหมายบังคับ (คำว่ากฎหมายไม่ต้องมีคำว่า “บังคับ” ก็ได้ เพราะกฏหมายก็คือการบังคับนั่นแหละ) ให้สวมหมวกกันน็อค ทุกครั้งเมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ (รถยนต์จะสวมก็ได้นะ ไม่บังคับ บังคับแต่เข็มขัดนิรภัย) กฎหมายนี้ออกมาหลายปีแล้ว จำไม่ได้ว่าเมื่อไร แต่การสวมหมวกกันน็อค ก็คงเป็นความเคยชินของคนไทยไปเสียแล้ว กฎหมายบังคับให้ผู้ขับและผู้ซ้อนท้ายต้องใส่หมวกกันน็อค แต่การเข้มงวดกวดขันการใส่หมวกกันน็อค ดูเหมือนจะจำกัดอยู่แค่ตัวเมืองใหญ่ ๆ ในจังหวัด ตามชานเมืองและชนบท มักไม่ค่อยเห็นคนขับมอเตอร์ไซด์สวมหมวกกันน็อค คงเพราะใส่แล้วอึดอัดรำคาญนั่นเอง หาดใหญ่ก็เป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่ง เรียกว่าเป็นเมืองศูนย์กลางของภาคใต้ตอนล่างก็ว่าได้ การเข้มงวดกวดขันในเรื่องการสวมหมวกกันน็อกขณะขับขี่จักรยานยนต์ ก็เข้มงวดอยู่ในระดับหนึ่ง ในขณะที่อำเภอเมืองสงขลา การเข้มงวดกวดขันเรื่องการจราจรมีมากกว่าหลายเท่า ยกตัวอย่างเมื่อท่านอยู่ในหาดใหญ่ ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดไฟแดง ท่านจะจอดตรงส่วนไหนของถนนก็ได้ แต่ถ้าท่านติดไฟแดงที่อำเภอเมืองสงขลา ท่านเหยียบเส้นทางม้าลาย ท่านจะโดนจับทันที (ถ้ามีตำรวจจราจรอยู่ตรงนั้น ซึ่งก็มีอยู่เต็มไปหมด) การตั้งด่านมีมากกว่า ทั้งกลางวันและกลางคืน ตรวจคนต่างพื้นที่เข้มงวดกว่า เข้าประเด็นกันเสียที เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ได้ทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ทราบ ว่าเร็ว ๆ นี้ ทาง สภ.หาดใหญ่ จะมีการเข้มงวดกวดขัน ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยจะมีการบังคับให้ผู้ซ้อนท้าย ต้องใส่หมวกกันน็อคด้วย มิฉะนั้นจะมีความผิดตามกฎหมาย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการประกาศในลักษณะนี้ หลายครั้งที่ สภ.หาดใหญ่ พยายามบังคับใช้กฏหมายนี้ แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ เพราะอะไร เพราะกฎหมายนี้ ไปกระทบกับการประกอบอาชีพ ของคนอาชีพหนึ่ง ซึ่งถ้ากฎหมายนี้บังคับใช้ รายได้ของพวกเขาก็จะลดลงทันที อาชีพนี้ก็คือ “มอเตอร์ไซด์รับจ้าง” เมื่อทาง สภ.หาดใหญ่ เริ่มเอาจริงเอาจังกับการบังคับคนซ้อนท้ายสวมหมวก ผู้ประกอบอาชีพมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ก็จะรวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องให้ สภ.หาดใหญ่ ไม่ให้บังคับใช้กฎหมายนี้ เพราะมีผลกระทบกับรายได้โดยตรง ท่านอาจสงสัยว่า ทำไม มอเตอร์ไซด์รับจ้างในกทม.ถึงยอมรับกฎหมายนี้ โดยไม่ได้เรียกร้องอะไร ตอบเลยว่าผมก็ไม่ทราบ แต่ก็ขอเดาว่า ใน กทม. มีคนระดับรากหญ้าอยู่มาก อาจมากกว่าคนหาดใหญ่หลายเท่า หลายคนไม่มีทางเลือกในการใช้พาหนะในการเดินทาง เลยต้องใช้บริการรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง คนหาดใหญ่ส่วนใหญ่จะปฏิเสธการใส่หมวกกันน็อคที่มอเตอร์ไซด์รับจ้างเตรียมไว้ให้ และเนื่องจากการจราจรในหาดใหญ่ค่อนข้างสะดวก ไม่มีรถติด ขนาดของเมืองเล็ก มีรถรอบเมือง(รถหลังคาสูง)ค่าโดยสารถูกกว่า และรถตุ๊ก ๆ ซึ่งราคาค่าโดยสารพอ ๆ กัน เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง ผมเคยเห็นการรวมตัวของชาวมอเตอร์ไซด์รับจ้างมาสองครั้ง (จริง ๆ แล้วไม่ทราบว่ามีกี่ครั้ง) ทั้งสองครั้ง มีมอเตอร์ไซด์รับจ้างนับพันคน รวมตัวกันเต็มแน่น สภ.หาดใหญ่ ล้นออกมานอกถนนเพชรเกษม ล้นเข้าไปห้องสมุดประชาชนเทศบาลนครหาดใหญ่และแฟลตตำรวจ ถ้าท่านเป็นผู้กำกับฯสภ.หาดใหญ่ ท่านจะทำอย่างไร ยืนยันการใช้กฎหมาย หรืออนุโลมเพื่อปากท้องของชาวบ้านผู้ประกอบอาชีพสุจริตและเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานีตำรวจ บางทีการบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้ อาจไม่มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาล้อมโรงพักก็ได้ บางทีคนเก่า ๆ ที่มาประท้วงอาจหนีหายตายจากเลิกอาชีพนี้ไปแล้วก็ได้ บางทีมอเตอร์ไซด์รับจ้างอาจประชุมกันและยอมรับการบังคับคนซ้อนให้ใส่หมวกด้วยก็ได้ บางทีสิ่งที่ผมกลัว ๆ อยู่อาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ บางทีนะ บางที เพราะที่นี่หาดใหญ่ ไม่ใช่กรุงเทพฯ